etc

อิก โนเบล (มาจาก Ignore + Nobel = Ig Nobel)
หรือ "บันทึกงานวิจัยที่ไม่น่าเป็นไปได้" เป็นรางวัลที่ประกาศกันทุกปีค่ะ
โดยเวลาประกาศจะใกล้เคียงกับเวลาประกาศโนเบลของจริง
ว่าได้ว่าเป็นรางวัลล้อเลียนโนเบลนั่นล่ะ 

แบ่งเป็น 5 สาขาหลักเหมือนโนเบล คือ
สาขาการแพทย์
สาขาฟิสิกส์
สาขาเคมี
สาขาเศรษฐศาสตร์
สาขาวรรณกรรม
และสาขาสันติภาพ 

แต่ก็สามารถมีสาขาอื่นๆได้ตามสมควรในแต่ละปี

ผู้ที่จะได้รับรางวัลนี้ไม่ต้องสร้างสรรค์อะไรที่ยิ่งใหญ่
คอนเซปต์ก็แค่
“Every Ig Noble Prize winner has done something that first makes people LAUGH, then makes them THINK”
"ผู้ชนะอิกโนเบลคือผู้ที่ทำอะไรที่ทำให้ผู้คนหัวเราะในตอนแรก แล้วคิดตามหลัง"

แต่งานวิจัยส่วนใหญ่ ... สร้างสรรค์อย่างไม่น่าเป็นไปได้ทั้งนั้น

 

 

ผลรางวัลปีนี้

สาขาสันติภาพ
เป็นของ Stephan Bolliger, Steffen Ross, Lars Oesterhelweg, Michael Thali และ Beat Kneubuehl
ที่สืบค้นว่า การถูกตีศีรษะด้วยขวดเบียร์ที่มีดบียร์บรรจุอยู่เต็ม ดีกว่าการถูกตีด้วยขวดเบียร์เปล่า

สาขาสัตวแพทย์ศาสตร์
Catherine Douglas และ Peter Rowlinson จาก Newcastle University, UK
แสดงให้เห็นว่า วัวที่ถูกตั้งชื่อ  ให้น้ำนมมากกว่าวัวที่ไม่มีชื่อ

สาขาชีววิทยา
umiaki Taguchi, Song Guofu และ Zhang Guanglei
พิสูจน์ว่ามูลฝอยจากครัวเรือนจะมีมวลลดลงถึง 90% ด้วยการใช้แบคทีเรียที่สกัดจากมูลแพนด้ายักษ์

สาขาเศรษฐศาสตร์
เป็นของผู้บริหารของธนาคารไอซ์แลนด์ 4 แห่ง
ที่แสดงให้เห็นว่า ธนาคารเล็กๆ กลายเป็นธนาคารใหญ่ 
.... และกลับมาเป็นธนาคารเล็กได้อย่างไร (แถมยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจอื่นๆได้ด้วย!)

สาขาเคมี

เป็น Javier Morales, Miguel Apatiga และ Victor M. Castano 
ที่ทำการผลิตฟิล์มเพชรจากเหล้าเตกีลา (มันทำกันยังไง)

สาขาการแพทย์
เป็นของ Donald L. Unger of Thousand Oaks, California
ที่ทำให้ข้อนิ้วมือซ้ายของตนหักตลอด 60 ปี เพื่อพิสูจน์ว่ามันมีผลทำให้เกิดโรคข้อต่ออักเสบหรือไม่

สาขาฟิสิกส์

เป็น Katherine K. Whitcome, Daniel E Lieberman และ Liza J. Shapiro 
ที่อธิบายเหตุผลว่า  ทำไมสตรีมีครรภ์ถึงไม่ล้มคว่ำหน้า

สาขาสาธารณสุข
เป็นของ Elena N. Bodnar, Raphael C. Lee, และ Sandra Marijan
ผู้ประดิษฐ์ยกทรงที่สามารถแปลงเป็นหน้ากากป้องกันก๊าซพิษได้สองชิ้น
สำหรับตัวเองและแบ่งปันคนข้างๆด้วย!

สาขาวรรณกรรม
เป็นของตำรวจไอร์แลนด์
ที่เขียนใบสั่งจราจรและแสดงให้เห็นว่าชื่อของผู้ที่ถูกเขียนใบสั่งบ่อยที่สุดคือ ชื่อ Prawo Jazdy
...ซึ่งแปลว่า "ใบขับขี่" ในภาษาโปแลนด์

 

 

งานของปีอื่นๆที่ จขบ. ชอบก็เช่น ...

สาขาชีววิทยา 2008
Marie-Christine Cadiergues, Christel Joubert, และ Michel Franc
ค้นพบว่าเห็บหมากระโดดได้สูงกว่าเห็บแมว

สาขาการแพทย์ 2008

Rebecca Waber และ Dan Ariely
ค้นพบว่ายาหลอก (placebo) ราคาแพง ให้ผลดีกว่ายาหลอกราคาถูก

สาขาการบิน 2007
Patricia V. Agostino, Santiago A. Plano และ Diego A. Golombek
ค้นพบว่าหนูแฮมสเตอร์จะหายเมาเครื่องบินได้เร็วขึ้นถ้าให้มันกินไวอากร้า

ภาษาศาสตร์ 2007
Juan Manuel Toro, Josep B. Trobalon และ Nuria Sebastian-Galles
แสดงให้เห็นว่าหนูบ้านไม่สามารถแยกภาษาญี่ปุ่นและภาษาดัชช์ที่เล่นย้อนหลังออกจากกันได้
(แล้วปกติมันทำได้เรอะ...)

สาขาการแพทย์ 2007
Dan Meyer และ Brian Witcombe
ที่ค้นคว้าเกี่ยวกับอาการไม่พึงประสงค์จากการกลืน "ดาบ"

สาขาฟิสิกส์ 2007
L. Mahadevan และ Enrique Cerda Villablanca
ที่ค้นคว้าทฤษฏีเกี่ยวกับการยับของผ้าปูที่นอน

สาขาวิทยาสัตว์ปีก  2006
Ivan R. Schwab และ Philip R.A. May
อธิบายว่าทำไมนกหัวขวานถึงไม่ปวดหัว

สาขาฟิสิกส์ 2006
Basile Audoly และ Sebastien Neukirch
อธิบายว่าทำไมเส้นสปาเกตตี้ดิบถึงหักเมื่อโดนงอ

 

 

ย้อนให้แต่นี้เนอะ ^^, ... ใครสนใจลองถาม google ต่อดูได้จ้า

สับสน ...

posted on 20 Sep 2009 19:11 by furenz  in etc

มีเรื่องอยากระบายแต่บรรยายไม่ถูก = =
จากเอนทรีที่แล้ว ที่ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าต้องการสื่ออะไรกันแน่
รู้แต่ว่า ได้เบลอๆเข้าห้อง  เปิดคอม ... อัพวันที่และเวลาลงไป  
ก่อนจะออกไปเดินเตร่แถวๆหอเก่าอยู่อีกเกือบสองชั่วโมง



กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆในเวลาราว 10 นาทีแค่นั้นแหละ ...
ที่ให้เอามาคิดแล้วคิดอีกเกือบสี่สิบแปดชั่วโมง
ประมาณว่าถ้าเป็นหนังที่เอามาฉายซ้ำแล้วซ้ำอีก ฟิล์มคงช้ำใกล้ขาดเต็มทีแล้ว
แล้วก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าตกลงตัวเองคิดอะไรอยู่ และคิดให้มันได้อะไรขึ้นมา

 

 

ใกล้สอบแล้วว่ะ ...
เกือบๆสองวันมานี้ใช้เวลาอยู่หน้ากองหนังสือทั้งวัน
โดยอ่านจบไปแค่แปดหน้า ...
ที่เหลือ ... คงเอาเวลาไปฟุ้งซ่านแล้วฟุ้งซ่านอีกนั่นแหละ
เดาได้ไม่ยากเลยชิมิ ... เกรดเทอมนี้ซวยแหง = ="
น่ะ .. เทอมสุดท้ายทั้งที ... อาจจะได้เกรดต่ำกว่าสามครั้งแรกในชีวิตก็ได้
... เฮ้ย ... โอกาสสุดท้ายเชียวนะ!

 

 

บอกไม่ถูก  รู้แต่ว่าถ้าได้เขียนลงบล็อคอาจจะสบายใจขึ้นมาหน่อย
จริงๆเมื่อคืนโทรไปคุยกับเพื่อนเก่ามา
คำแนะนำที่ได้คือว่า "ชั้นสงสารแกว่ะ  แต่ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแกควรจะทำไง"
นั่นสิ ... ชั้นนั่งคิดมาสองวันแล้วยังไม่ตกเลยเพื่อน
คิด ... แต่ไม่รู้ว่าคิดอะไร  คิดทำไม  คิดแล้วได้อะไร เสียอะไร ... แล้วก็หยุดคิดถึงมันไม่ได้
กลัว ... ไม่รู้ว่ากลัวอะไร  รู้แต่ว่าความรู้สึกนี้คือกลัวแน่ๆล่ะ ...
ไอ้แบบนี้ล่ะมั๊ง ... ที่ปกติชนเค้าเรียกกันว่า "สับสน"
เหมือนจะทำอะไรก็ยังกังวลกลับมาเรื่องเก่า ... จะอ่านหนังสือ  ฟังเพลง  ออกไปข้างนอก ... มันก็วนมาเรื่องเดิม
... ถ้าเป็นแบบนี้ไปอีกสักอาทิตย์ ... นอกจากการเรียนจะไม่เหลือแล้ว สุขภาพจิตอาจไปด้วยแหง = ="

 

แล้วตกลงจะเล่ามั๊ย บนบล็อคเนี่ย?
ไม่เล่าว่ะ ... คนรู้จักตัวตนจริงมันเยอะเกิน ...

 

 

ที่อยากจะแชร์ก็คือว่า ... แม้เรื่องที่เล็กที่สุด  ถ้าเก็บมาคิดมันก็เป็นเรื่องใหญ่บึ้มได้
พอมันผ่านไป ... กลับมามองอีกที ก็จะสงสัยว่า "ตอนนั้นเราคิดมากทำไมวะ"
หรือแม้แต่ตอนนี้ก็ยังคิดอยู่ว่า "แกจะคิดมากทำไมวะ" ... แต่ก็ยังคิด
แต่ช่วงที่มันยังไม่ผ่านไปนั่นแหละ ... ยากที่สุด

.... แต่ขอให้ผ่านไปก่อนสอบได้มั๊ยวะ ... อ่านหนังสือไม่ได้!!


ขออีกเอนทรี ที่ไม่รู้ว่าตกลงตั้งใจจะสื่ออะไร


... รู้สึกว่าหลังๆมาคุณภาพบล็อคลดลงจนติดลบว่ะเฮ้ย

 

ปล. แต่เจ้าของบล็อคยังสุขสบายดี (เรอะ?) ไม่ต้องเป็นห่วง ="=