สอบคราวนี้ อย่างที่ว่า ... เข้าสอบตัวเปล่า

ไหนๆก็อ่านหนังสือไม่รู้เรื่องแล้ว ...
ก็เลยอ่านเท่าที่อ่านได้ ปลงตก แล้วเข้าห้องสอบไปงั้นแหละ (ช่วยไม่ได้ ...")

ความรู้น้อยที่สุดเท่าที่เคยสอบมา
(ไม่รวมความจริงที่ว่ายังจะฟุ้งซ่านเรื่องไม่เป็นเรื่องตอนทำข้อสอบได้ด้วย)
ข้อสอบเขียนคราวนี้เลยได้ข้อสอบที่น่าจะเป็นตำนานมาอีกที ...



คำชี้แจง: ให้หาจุดผิด ขีดเส้นใต้ แล้วแก้ให้ถูก

nicotinic acid เพิ่ม HDL ดี แต่มักทำให้เกิด flushing แก้ไขโดยการรับประทานพร้อม aspirin grain I
- มีวิธีการแก้ แต่ไม่ใช่แอสไพรินเกรนวัน

Lopid มีข้อเสียคือต้องรับประทานก่อนอาหาร 30 นาที
- กินก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง

 

คือ ถ้าไม่แก้ก็รู้สึกกระไร ... จะแก้ก็ไม่รู้จะแก้ตรงไหน ... เลยตามเลยละกัน

 

และมีให้จับผิดการใช้ยา ... จำไม่ได้ว่ามีอะไรบ้าง  แต่มียาตัวนึงที่สั่งใช้มาว่า :

1*2 OD pc ช-ย 

... แปลเป็นภาษาคนธรรมดาได้ว่า
"รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง OD หลังอาหาร เช้า เย็น"
โดยที่ OD แปลว่า "รับประทานวันละ 1 ครั้ง"


... ไม่รู้ว่าข้อสอบหรือคนสอบที่มึน ...

 



วิชาพืชสมุนไพรนี่แหละ ... สุดๆไปแล้ว!!~
คือ อ่านไปนะ  แต่จำไม่ได้!!
ปกติจะสนิทกบต้นไม้  แต่คราวนี้ชั้นจำเธอไม่ได้ว่ะ T T"
ข้อสอบที่มานั่งนึกแล้วสงสัยว่าตัวเองตอบไปได้ยังไง  เช่น


คำชี้แจง: บอกข้อควรระวังของพืชต่อไปนี้
ฟ้าทะลายโจ - ระวังขม
ชองระอา - ระวังโดนหนามตำแล้วจะเจ็บหรือเกิดแผล
ข้าวกล้อง - รับประทานเกินขนาดระวังอิ่ม

 

หรือส่วนที่ว่าด้วยสีผสมอาหาร
... ไอ้ดอกอะไรให้สีอะไรน่ะ พอจำได้หรอก ... แต่ตัวอย่างอาหารที่ใช้สีนั่นมัน ....!!

 

 พืช

 สี

 ตัวอย่างอาหาร

 เตยหอม

 เขียว

 ขนมชั้นสีเขียว

 อัญชัน

 ฟ้า/ม่วง

 ขนมชั้นสีฟ้า

 ฝาง

 แดง

 ขนมชั้นสีแดง

คำฝอย

เหลือง

(ทายซิ....)

     (ข้อสอบจริงจะถามส่วนที่ใช้ สารสำคัญ และชื่อวิทยาศาสตร์ด้วย")

 

ส่วน ADR ... อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยานี่ไม่มีอะไรน่าสนใจ  เพราะมันวิชาการเน้นๆ
... อย่าคิดว่าตอบได้หมดนะ ...
แต่ส่วนที่สอบเขียนวิชานี้ไม่เยอะ   ที่ตอบไปก็ดูน่าสับสนเกินกว่าจะเล่า
... ปล่อยมันไปๆ

 

สามวิชานี้ ... จะได้เกรดอะไรฟะ!!

 

เก็บมาเล่า: ทำข้อสอบให้เป็นตำนานระดับโลก


ในการสอบฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน คำถามมีอยู่ว่า

"จงอธิบายวิธีการหาความสูงของตึกโดยใช้บารอมิเตอร์"


นักศึกษาคนหนึ่งตอบว่า

"ให้นำเชือกผูกที่บารอมิเตอร์
จากนั้นหย่อนเชือกลงมาจากหลังคาตึกจนแตะพื้น 
ความยาวเชือกบวกกับความยาวของบารอมิเตอร์จะเท่ากับความสูงของตึก"


คำตอบนั้นทำให้นักศึกษาเจ้าของคำตอบสอบตกครั้งนี้ 
เขาท้วงว่าคำตอบของเขานั้นถูกต้อง  ทางมหาวิทยาลัยจึงจัดคณะกรรมการสอบขึ้นมา
และกรรมการก็เห็นพ้องกันว่าคำตอบของนักศึกษานั้นถูกต้อง แต่ไม่ได้แสดงให้เห็นความรู้ทางด้านฟิสิกส์ 

เพื่อยุติปัญหา นักศึกษาถูกเรียกมา
และได้รับเวลา 6 นาทีในการตอบคำถามนั้นใหม่โดยแสดงให้เห็นความรู้พื้นฐานทางฟิสิกส์บ้าง 

นักศึกษานั่งขมวดคิ้วเงียบอยู่นาน 5 นาที  ผู้คุมสอบจึงเตือนว่าเวลาใกล้จะหมดแล้ว 
นักศึกษาจึงตอบว่า เขาคิดคำตอบที่อาจเป็นไปได้ได้หลายคำตอบเหลือเกินจนไม่รู้ว่าจะเลือกตอบคำตอบไหน 
และเมื่อถูกเร่งโดยผู้คุมสอบ เขาจึงตอบว่า



"วิธีแรก คือ เอาบารอมิเตอร์ขึ้นไปที่ยอดตึกแล้วทิ้งมันลงมาที่พื้น 
วัดเวลาที่บารอมิเตอร์ตกถึงพื้น
ความสูงของตึกคำนวณจากสูตร H = 0.5g x t2 
แต่คงไม่ดีกับบารอมิเตอร์เท่าไหร่"


"หรือถ้าตอนนั้นมีแดด  ก็วัดความสูงของบารอมิเตอร์
จากนั้นก็ตั้งมันลงกับพื้น วัดความยาวของเงา 
จากนั้นก็วัดความยาวของเงาตึก
แล้วใช้การเทียบบัญญัตไตรยางค์ทางคณิตศาสตร์แบบธรรมดา
ก็จะได้ความสูงของตึกออกมา"


"แต่ถ้าอยากให้วิชาการกว่านี้หน่อย 
ก็หาลวดสั้นๆมาผูกติดกับบารอมิเตอร์แล้วแกว่งมันเหมือนลูกตุ้ม 
ทำที่พื้นข้างล่าง และทำอีกทีที่ยอดตึก 
หาความสูงของตึกโดยอาศัยความแตกต่างของแรงโน้มถ่วงที่มีผลต่อแรงกระทำต่อลูกตุ้ม
ด้วยสูตร T = 2 pi sqrroot (l/g)"


"หรือถ้าตึกมีบันไดหนีไฟข้างนอก 
คงง่ายกว่าถ้าจะเดินขึ้นบันไดไปทีละขั้น 
เอาบารอมิเตอร์ทาบกับตึก ทำเครื่องหมายไว้ที่เท่าความยาวบารอมิเตอร์
ทาบต่อกันไปเรื่อยๆ แล้วเอามาบวกหรือคูณกันเป็นความสูงตึก"


"แต่ถ้าอยากได้วิธีน่าเบื่อตามตำรา 
ก็ใช้บารอมิเตอร์วัดความดันบรรยากาศที่หลังคาตึกและที่พื้นล่าง
จากนั้นก็เปลี่ยนหน่วยจากมิลลิบาร์เป็นฟุตก็จะได้ความสูงตึก"


"แต่ไหนๆก็เหนื่อยกับการคิดจะใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์มาหลายวิธีแล้ว 
วิธีที่ง่ายและเร็วที่สุดคือ ไปเคาะห้องภารโรงแล้วบอกว่า
"ผมจะให้บารอมิเตอร์อันใหม่นี้กับคุณ ถ้าคุณบอกผมได้ว่าตึกนี้สูงเท่าไหร่" "



นักศึกษาคนนั้นคือ นีลส์ บอร์  ชาวเดนมาร์กคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ (ปรมาจารย์ทฤษฎีควอนตัมและเป็นผู้คิดค้นแบบจำลองอะตอม)



(แปลจากบทความโดย chewyshoe on October 24, 2007 จำเว็บที่มาไม่ได้ค่ะ > <"")

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

พูดได้คำเดียวค่ะ

สุดยอดดด

โบร์คิดได้ยังไง มิน่าละถึงเก่งขนาดนี้

#1 By chokoreito (125.24.2.164) on 2009-09-27 21:45

ฟ้าทะลายโจร - ระวังขม << ฮ่าๆๆๆ confused smile confused smile confused smile

#2 By Vichyasviel von Einzbern on 2009-09-27 21:50

เรียนเภสัชอยู่แน่ๆ
พี่ไม่คิดว่าจะเจอเภสัชในนี้เท่าไหร่เลยนะเนี่ย
พี่ก็จบเภสัชมาเหมือนกันค่ะ

แต่อ่านข้อสอบน้องแล้ว คิดถึงสมัยเรียนเลยล่ะ big smile

#3 By TtAaNnGg on 2009-09-27 21:58

ได้ใจHot! Hot!

#4 By Kuralua on 2009-09-28 18:29

เฮ้ย สุดตีน
มอบโนเบลให้เฮียแกไปเลย

เรียนเภสัชเหมือนกันคะ แต่ปีสองเอง
ยังไม่รุ้ไรเลย ที่จิงก็ยังไม่พร้อมจะรู้เท่าไร55

#5 By ohyoyoo on 2009-09-28 20:30

น่าจะมีประกวดตำนานข้อสอบชิงแช้มโลกนะ
ผมให้คุณติ 1 ใน 3 แน่ๆล่ะHot! Hot!

#6 By กรูนิเทศ IT SUT on 2009-09-29 15:47

เรื่อง บารอมิเตอร์เคยอ่าน
แต่ไม่ละเอียดขนาดนี้

คุณนีล บอร์ เคยมาเมืองไทยรึเปล่านะ ??

เรื่องที่ยกตัวอย่างมาเล่าให้ฟังนั้น สนุกดีค่ะ
---------------------------------------------------
ส่วนเรื่องของเจ้าของ บลอคเอง
ฮา กว่านะ
รับประทานก่อนอาหาร 30 นาทีผิดสินะ
ต้อง กินก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง

5 5 5 5 confused smile
ตายจริง post ข้างบนนั่นของปอยเองค่ะ
เผอิญนั่งเล่นทำงาน แงแงsad smile

#8 By PoY (125.24.204.68) on 2009-09-30 15:10

สนุกมาก คนเก่งต้องคิดแปลกไปกว่าคนอื่น...ชิมิ

#9 By 'ฟาย..ฟลาย on 2009-10-04 11:32