หลายๆท่านอาจจะสงสัยว่ามาเขียนอะไรเอาป่านนี้
ตอนมันเริ่มอินเทรนด์ใหม่ๆ มีคนเขียนเรื่องนี้เยอะแยะมากมาย ... เพราะมันเยอะเราเลยไม่เขียน (ฮา)
รอตกเทรนด์นิดหนึ่งก่อน กำลังดี (จริงๆเพิ่งขยัน)



มีคำถามหลายเรื่องเกี่ยวกับไข้หวัด 2009  ... ได้รับคำตอบบ้าง  ไม่ได้บ้าง  ไม่ยอมตอบบ้าง
ไอ้ที่ส่วนใหญ่รู้คำตอบกันแล้ว เช่นว่ามันคืออะไร หมูหรือไม่หมู ทำไมถึงตาย ... ไม่ขอพูดถึงนะ
วันนี้มาเคลียร์หลายๆข้อที่เคยโดนคนเขาถามมา



ตกลงไข้หวัด 2009 มันอันตรายรึเปล่า
โทษนะ ... มีโรคอะไรบ้างไม่อันตรายน่ะ = = ... ขนาดแค่ยุงกัดยังเสี่ยงต่อการเป็นไข้เลือดออก ไข้สมองอักเสบ  เท้าช้าง  ได้   นับประสาอะไรกับการรับไวรัสเข้าไปเลี้ยงในกระแสเลือดล่ะคุณ!

เดี๋ยว ... ไม่ได้ต้องการให้แตกตื่น  เชื่อว่าทุกท่านคงเคยเป็นหวัดกันมาแล้ว (ใครไม่เคยช่วง EMS มาบอกด้วย - อยากเจอ!) มันก็อันตรายพอๆกับหวัดน่ะแหละ  ถ้าคุณไม่บังเอิญเป็นโรคหัวใจ ตับ ไต สมอง และอื่นๆมันก็เหมือนกับการรับเอาไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดกันทุกปีเข้ามา หายเองได้ ไม่ต้องห่วง

 

แล้วทำไมมีคนตาย?
ขนาดไปตกปลายังโดนปลากระเบนเหินหาวชนตายได้   มันก็ประมาณกันแหละ  คือ มีความเสี่ยง  แต่มันก็ไม่ได้เยอะอะไรเลยเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 

ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มักมีโรคร่วมสักอย่างสองอย่างอยู่แล้ว  เด็กเล็กๆ คนสูงอายุที่ระบบร่างกายไม่เข้าที่ก็อันตรายกว่าคนปกติเป็นสามัญ  เจ้าหวัดใหม่นี่มักจะเล่นงานคนอ่อนแอ ใครมีความเสี่ยงก็คงต้องระวังตัวหน่อย  ไม่เหมือน H1N1 ยุคแรกๆที่เรียกว่าไข้หวัดสเปนที่เน้นเล่นงานคนแข็งแรง

(เชื้อหวัดสเปนมีลักษณะการโจมตีที่เรียกว่า cytokines storm  ... เล่นงานคนโดยใช้ cytokines ซึ่งมีมากในคนแข็งแรง ... สมัยนั้นคนเลยตายกันครึ่งโลก)

แต่อย่างที่บอก ... อุบัติการการตายของไข้หวัดใหม่นี่มันต่ำกว่าไข้เลือดออกเสียอีก

 

แล้วทำไมไม่ให้ยาทุกคนที่ติดเชื้อ
จะว่าฟุ่มเฟือยก็ไม่ใช่ (ถึงจะฟุ่มเฟือยจริง แต่ก็มีสาเหตุอื่นที่ดีกว่านั้น) ประเด็นหลักคือการดื้อยา ... ยาต้านไวรัสที่รับรองให้ใช้กับหวัดใหม่ได้ผลกิ๊งตอนนี้มีแค่ 2 ตัว คือเจ้า Oseltamivir หรือ Tamiflu ที่ใช้กันอยู่ กับ Zanamivir  ซึ่งถ้าดื้อตัวแรกก็ต้องมาใช้ตัวที่สอง ... ถ้าดื้อตัวที่สองก็ ...... รอการพัฒนาต่อไป (การพัฒนายาใหม่ใช้เวลาเฉลี่ย 25 ปี)

แล้วนิสัยคนไข้น่ะ  ไม่ชอบกินยา!  จ่ายยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ไป กิน 2 วันไข้ลง ก็นึกว่าหาย หยุดยา ออกไปลัลล๊าทำงานต่อ   ยา oseltamivir ปกติต้องกินครบ 5 วันเป็นอย่างน้อย  ถ้ายังไม่ครบแปลว่าเชื้อยังไม่หมด ... แล้วมันจะกลับมาใหม่พร้อมอาวุธครบมือโดยที่ยาเดิมไม่สามารถทำอะไรมันได้ ="= แล้วคราวนี้เป็นไง ... เชื้อดื้อยาแล้ว แถมยังเอาเชื้อดื้อยาไปแบ่งปันเพื่อนๆที่ทำงานอีก

 

ผ้าปิดปากมันช่วยอะไรได้จริงเหรอ
มีคนเคยให้ความเห็นว่า ไวรัสมันตัวเล็กจิ๋วหน่วยเป็นไมครอน  ผ้าปิดปากธรรมดาไม่ช่วยอะไรหรอก

จริง ... ผ้าปิดปากธรรมดาอันละสามบาทมันคงจะไม่ advance กันไวรัสได้หรอก...

... แล้วใส่ทำไม? ทำไมต้องใส่? .... หลักๆก็คือการป้องกันการไอจามน่ะแหละ  ทั้งผู้ป่วยก็ดี ผู้ป่วยไม่รู้ตัวว่าป่วยก็ดี  จะไอจามจะได้ไม่มีอะไรกระเด็นออกมาติดคนอื่น   เจ้าไวรัสนี่มันไม่ได้ลอยตามอากาศไปตกใครแล้วติดเสียหน่อย  วิธีติดที่ง่าย ทำเองที่บ้านได้คือ การไปสัมผัสอะไรก็ตามที่บังเอิญมีน้ำมูก น้ำลาย หรืออะไรที่มีเชื้ออยู่ แล้วเอาเข้าปาก ขยี้ตานั่นล่ะ ถึงติด  

 

แล้วทำไมคนไม่เป็นถึงต้องใส่ด้วยล่ะ
คนที่ไม่ได้เป็นก็ใส่ผ้าปิดปากไว้ กันการหายใจรดในระยะประชิดและกันหยิบอะไรเข้าปากไม่ทันระวัง  และอย่างที่บอกกันไว้ ว่าหลายคนติดเชื้อไข้หวัดใหญ่แล้วไม่รู้ตัวว่าติด (เพราะไม่มีอาการ .. แต่แพร่เชื้อได้) นั่นล่ะ  กันไว้

... อีกอย่าง  คิดว่าถ้าให้คนป่วยใส่ฝ่ายเดียว  ใครใส่ผ้าปิดปากเข้าที่สาธารณะคงโดนสังคมรังเกียจจนไม่ยอมใส่ไปเอง ... เลยให้ใส่มันทุกคนน่ะแหละ

 

มีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหม่ได้แล้วจริงรึเปล่า
วัคซีนไข้หวัดใหญ่น่ะมี  แต่จำเพราะสำหรับหวัด 2009 นี่ยัง ... ข่าวล่าสุดที่รับมาคือ กำลังทำการวิจัยทดลองกันอยู่

แต่ที่น่าสงสัยก็คือว่า  วัคซีนเหล่านี้ต้องทำจากเชื้อที่ยังไม่ตาย (live-attenuate vaccine) เพราะฉะนั้น คนที่ร่างกายไม่แข็งแรงพอก็อาจจะเกิดโรคจากวัคซีนได้เช่นเดียวกับการรับเชื้อไข้หวัดใหม่เข้าไป  ซึ่งความจริงคนที่ควรได้รับวัคซีนที่สุดก็น่าจะเป็นคนที่ร่างกานไม่แข็งแรงนี่ด้วยสิ = =" ... มันจึงยังมีความเสี่ยงอยู่ว่าผู้ป่วยอาจจะเสียชีวิตจากวัคซีนเสียเองก่อนก็ได้

... แต่ให้ตายสิ ... จขบ. คิดว่าวัคซีนนี่อันตรายมากกว่าประโยชน์แฮะ ="= (ความเห็นส่วนตัว)

 

เราตื่นตูมกันมากไปหรือเปล่า?
ไม่เลยสักนิด

มาตรการป้องกันของประเทศเราตอนนี้ก็คือให้ใช้ผ้าปิดปาก  กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ  ... ซึ่งก็เป็นอะไรที่น่ารักมาก

เห็นมาตรการป้องกันของต่างประเทศแล้วจึงไม่ค่อยเอะใจ ว่าทำไมเราถึงอยู่อันดับต้นๆว่ามีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหม่กันมากมาย

วันก่อนไปเดินใน รพ.  คนไข้ส่วนใหญ่ใส่ผ้าปิดปากกัน  ซึ่งก็ดูดีนะ ... แต่ไหงบุคลากรเดินตัวปลิวงั้นเล่า ="= ... เพื่อน extern ไปขึ้นวอร์ดมาก็ใส่แค่กาวน์(ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่ใส่ไปกินข้าวและใส่เดินกลับหอ...)  ขนาดเจ้าหน้าที่หน่วยสกรีนยังใส่แค่ mask ปิดปาก ... เห็นต่างประเทศดูแลผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ แต่งตัวยังกับพนักงานซีพี ... ใส่กาวน์ ถุงมือยาง บูท ผ้าปิดปาก แว่นตา ... คือ เขาเซฟตัวเองขนาดนั้นเลย  ก็แปลกใจว่าทำไมบ้านเราไมกลัวกันเหรอ

คราวก่อนก็ทราบว่า ผู้ป่วยที่ได้ผลสกรีนว่าเป็นไข้หวัดใหม่แล้วไม่ต้องแอดมิท(นอน รพ.) ด้วย ... ตอนแรกก็ไม่สงสัยเท่าไหร่  แต่ขัดใจว่าไม่เป็นอะไรจริงๆเหรอ ... เห็น FDA แนะนำมาว่า แค่สงสัยก็ให้กักตัว 7 วัน ... ถ้าสกรีนพบว่าเป็นก็ให้กักตัวหลังจากไข้หายแล้วอีก 7 วัน ... แถวนี้ยังปล่อยผู้ป่วยที่มารับการสกรีนขึ้นรถเมล์กลับบ้านอยู่เลย ="=

เพราะงั้น .. ไม่ตื่นตูมเลยสักนี๊ดด ... ตื่นตัวอีกหน่อยก็ได้นะ = =

 

ที่กลัวกันก็แค่ว่า ถ้าเชื้อดื้อยา หรือกลายพันธุ์ไปมันจะเรื่องใหญ่  ยิ่งติดต่อแพร่กระจายไปมากยิ่งมีสิทธิ์กลายพันธุ์ได้เยอะ ... คิดดูว่าเชื้อแค่นี้ยังแย่แล้ว ... นึกภาพเชื้อที่ไม่มียารักษาแล้ว .......... ="=

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เราว่าบุคลากรชินแล้ว...มั้ง
แบบว่าเดินไปเดินมาในห้องผู้ป่วยวัณโรคระยะแพร่เชื้ออะไรยังงั้น
ว่าไป...เราก็ไม่ได้ใส่ mask แฮะ...

เอาจริงๆ เรากลัวติดเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาลมากกว่าติดเชื้อไข้หวัดหมูซะอีก ขึ้นโรงพยาบาลรอบที่แล้ว ได้แผลสดกลับมา 1 แผล กำลังเฝ้าสังเกตอาการตัวเองอยู่open-mounthed smile

#1 By kororo on 2009-08-06 16:43

เวบน่ารักดีแฮะ

#2 By n h e p h e x on 2009-08-06 16:57

.........ได้ยินท่านกล่าวขานกันมานานแระ
.....อืม....เห็นด้วยทุกประการ
....อืม........กระจ่างขึ้นเยอะเลย
--ควรเผยแพร่คับ---
Hot! big smile

#3 By กรูนิเทศ IT SUT on 2009-08-08 19:19


ได้ข่าวแว่วๆจากทีวีเมื่อเช้า แบบฟังไม่ค่อย
(( หรือเมื่อวาน? หือวันก่อนหว่า จำไม่ได้ แหะๆ ))
เห็นเค้ารายงานว่าพบไวรัสดื้อยาทั้ง 2 ชนิดแล้ว
แต่ไม่ทันฟังรายละเอียด
โฮ~ ถ้าดื้อยาจริง ก็น่ากลัวขึ้นไปอีกสินะ

#4 By (( คุณกี้~!! )) on 2009-08-10 01:36

ตายแน่55555555555555555 question

#5 By (118.172.0.173) on 2009-08-18 14:57

ตายแน่55555555555555555 question

#6 By สปายร์ (118.172.0.173) on 2009-08-18 14:59