ฝึกงานที่โรงพยาบาลได้สามวันแล้ว
คิดว่าคงได้เขียนเรื่องฝึกงานบ่อยกว่าผลัดแรก(เยอะ)เพราะเจออะไรน่าสนใจในแต่ละวันอยู่ไม่น้อย
อยากเขียนเรื่องทั่วไป  แต่วันนี้ขอแซงคิวมาเขียนเรื่องนี้ก่อน



วันนี้ที่โรงพยาบาลมีคลินิก HIV
ผู้ติดเชื้อเกือบยี่สิบคนมาที่โรงพยาบาล มาพูดคุยกัน
และจากการพูดคุยกันนั้น  มีเรื่องที่ชวนให้คิดอยู่เยอะทีเดียว



สิ่งหนึ่งที่ทุกคนที่มาคลินิกวันนี้มีเหมือนกัน คือ  ทุกคนมีเชื้อไวรัส HIV อยู่ในกระแสเลือด
บางคนเริ่มมีการติดเชื้อฉวยโอกาสแล้ว แต่หลายๆคนยัง
ทุกคนใช้ยาต้านไวรัสอยู่ (ที่นี่ยาสูตรผสมมี GPO-VIR S กับ GPO-VIR Z  และมียาเดี่ยวๆอยู่ไม่กี่ตัว)
เกือบทุกคนต้องกินยาป้องกันการติดเชื้อฉวยโอกาสด้วย
แต่ละคนต้องกินยาวันละหลายเม็ด ... และการกินยาแต่ละครั้งต้องกินตรงเวลาเสมอ
คือกินแปดโมงก็ต้องแปดโมงเป๊ะ .. ห่าง 12 ชั่วโมง คือต้องกินตอนสองทุ่ม .. ห้ามขาดห้ามเกิน
จากการพูดคุยคือทุกคนเข้าใจ ยอมรับตรงนี้ และทำได้



ที่มาวันนี้เป็นผู้ที่ใช้ยากันมาหลายปีแล้ว ไม่ใช่ผู้ติดเชื้อใหม่
การใช้ยาหรือโรคที่เป็นจึงไม่ค่อยมีปัญหา
การพูดคุยจึงเป็นไปแบบคุยเล่นกันมากกว่า



ผู้ติดเชื้อไม่ชอบให้เรียกเขาว่า "ผู้ป่วย" เพราะเขาบอกว่าเขาไม่ได้ป่วย
เขาไม่ได้เป็นโรค  เขาแค่มีเชื้ออยู่ในเลือด
คุณลุงคนหนึ่งลุกขึ้นมากระโดดแล้วบอกว่า "ดูสิ คนป่วยทำแบบนี้ไม่ได้หรอก"



ผู้ติดเชื้อทุกคนอยากมีชีวิตอยู่
และพวกเขาไม่เข้าใจคนที่อยากฆ่าตัวตายสักนิด
สมาชิกของเราวันนี้บอกว่า "ฆ่าตัวตายน่ะ ไม่เคยคิดหรอก"
"จะมีปัญหาอะไรที่แย่กว่าการรู้ว่าตัวเองต้องป่วยตายสักวันอีก"

และพวกเขาก็ยังมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข(ที่สุดเท่าที่ผู้ติดเชื้อคนหนึ่งจะมีได้)


พอถามว่าการอยู่กับสังคมเปลี่ยนไปแค่ไหนหลังจากติดเชื้อ
แทบทุกคนตอบว่า "เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง"
แม้สังคมจะรู้ว่า HIV ไม่ได้ติดต่อกันง่ายๆ แต่คนส่วนใหญ่ยังกลัว
"คนอื่นรู้ว่าเอดส์ไม่ติดทางน้ำลาย  แต่จะมีสักกี่คนที่จะยอมกินข้าวกับผมโดยไม่ใช้ช้อนกลาง"
แต่พอถามว่า แล้วมันทำให้รู้สึกว่าตัวเองถูกสังคมรังเกียจหรือเปล่า
เขาตอบแค่ว่า "ทุกคนมีสิทธิที่จะกลัว"



การพูดคุยไม่นาน .. กินเวลาเพียงชั่วโมงกว่าๆ
แต่สิ่งที่รู้ กลับกลายเป็นว่าเรากำลังเรียนรู้ชีวิตจากผู้ติดเชื้ออยู่
วันนี้เราได้พบกับผู้ติดเชื้อหลายคน
คู่สามีภรรยาที่ติดเชื้อทั้งคู่
คู่ที่ภรรยาไม่ติดเชื้อ แต่สามีติดเชื้อ ทั้งคู่บอกว่าอยากมีลูก
ผู้ติดเชื้อหญิงที่เพิ่งจะกล้าบอกหมอว่าเธอท้องได้สี่เดือนแล้ว
ผู้ป่วยชายอายุ 16 ปีที่สารภาพว่าเขากำลังแอบรักผู้หญิงที่ไม่ได้ติดเชื้ออยู่
เด็กหญิงอายุ 9 ขวบที่บอกว่าเทอมที่แล้วเธอได้เกรดสี่
เด็กหญิงอายุ 6 ขวบที่บอกว่าโตขึ้นอยากเป็นแอร์โฮสเตจ

มีหลายครั้งในช่วงการสนทนาที่ทำให้เภสัชกรรู้สึกว่ามันยากที่จะกลั้นน้ำตาในขณะที่ผู้ติดเชื้อกำลังหัวเราะ



เคสที่เราได้รับมอบหมายมา เธอมาคลินิกไม่ได้วันนี้
ข้อมูลดูจากแฟ้มประวัติ คือเธออายุ 23 ปี
เป็นคนไข้ของ รพ. ตั้งแต่อายุ 14 .. ตอนมาโรงพยาบาลครั้งแรกปี 43 เธอเจ็บคอและเป็นไข้
เธอเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆไม่กี่ครั้ง หลังจากปี 44 เธอไม่มีประวัติการรักษาจนกระทั่งมกราคมปี 47
เธอท้อง 2 เดือน  พร้อมกับได้รับการวินิจฉัยเป็นผู้ติดเชื้อ
เธอปฎิเสธการรับยาป้องกันการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกทุกครั้ง แต่ก็ยังมาตรวจครรภ์อย่างสม่ำเสมอ
จนเดือนกลางมิถุนายน  เธอได้ลูกสาว น้ำหนัก 2700 กรัม สุขภาพดี (ใบประวัติไม่ได้บอกว่าติดเชื้อหรือไม่)
ในที่สุดเธอก็ยอมเข้าโครงการและรับยาต้านไวรัสในต้นปี 48
เธออายุ 23 น้ำหนักแค่ 31 และต้องกินยาวันละ 8 เม็ด
ตอนอ่านแฟ้มประวัติ รู้สึกเหมือนได้ติดตามชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งตั้งแต่เด็กจนปัจจุบัน
อดสงสัยไม่ได้ว่าเธอจะรู้สึกแบบไหนในวันที่เธอมาโรงพยาบาลตอนต้นปี 47 นั่น
ไม่ได้เจอเธอวันนี้ ... แต่ถ้าเจอ ก็อยากจะรู้นะว่าเธอจะมีความสุขดีหรือเปล่า



ผู้ติดเชื้อคนหนึ่งจากคลินิกวันนี้บอกกับเราว่า
"สู้สิ  ก็สู้มาตลอด ... ถ้าไม่สู้ก็เท่ากับตาย ...
จะติดเชื้อหรือไม่ติดเชื้อ ถ้าไม่สู้ก็เหมือนตายแล้วทั้งนั้นแหละ"

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หู น่าสงสารจัง
แต่
จากที่อ่านๆๆมา
พวกเขาก็คงปรับตัวได้ในสิ่งที่เป็น
แต่ก็ไม่น่าเป็น
เอ้อ!

ห้าๆ

เป็นเภสัชหรอคะหนูก็อยากเป็นนะคะ

รอผลๆๆค่ะ


big smile open-mounthed smile confused smile

#1 By inthebee on 2009-04-22 18:28

สลดอะครับ T^T
อายุ9ขวบ ได้เกรดสี่....
อายุ6ขวบอยากเป็นแอร์โฮสเตจ...

#2 By Aelita~[-X-]~ on 2009-04-22 18:44

Hot!

#3 By Aelita~[-X-]~ on 2009-04-22 18:44

แปะดาวเลยค่ะHot! Hot!

ถ้าเราเกิดติดเชื้อจริงๆขึ้นมาไม่รู้จะทำใจอยู่กับมันได้ไหม


คนพวกนี้น่านับถือจริงๆค่ะ

กล้าที่จะยืนหยัดสู้ต่อไป


ขอเป็นกำลังใจให้กับจขบ.และเหล่าผู้ติดเชื้อbig smile
การยอมรับ ความเข้าใจ และการปรับตัว
สู้ต่อไป ทาเคชิ Hot! ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#5 By ~ Bai - Tarn ~ on 2009-04-22 19:57

Hot!
สุด ๆ เลยค่ะ !


คนบางคนกำลังดิ้นรนเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไป
แต่คนอีกคนกลับทิ้งชีวิตที่มีได้อย่างง่ายดายเหลือเกิน..


สู้ ๆ นะคะ ผู้ติดเชื้อทุกคน

สู้ ๆ นะคะ รุ่นพี่เภสัช ^^

#6 By ⓒⓗⓞⓜⓟⓞⓞ on 2009-04-23 02:54

นึกถึงว่าถ้าเป็นตัวเอง................

#7 By กรูนิเทศ IT SUT on 2009-04-23 08:18

ประชาชนทั่วไปยังไม่รู้ว่าชีวิตผู้ติดเชื้อมันลำเค็ญทั้งทางกายและทางใจอย่างไร และยังคงมีอคติกับผู้ติดเชื้อกลุ่มนี้อยู่เยอะ เป็นสุขศึกษาที่เราควรให้กับคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่แค่สอนๆว่า ผู้ติดเชื้อ ติดได้ยังไง อาการยังไง ต้องปลูกฝังทัศนคติและคุณค่าในความเป็นมนุษย์ของคนกลุ่มนี้ด้วย ซึ่งเราว่าคนรุ่นใหม่จะเปิดใจได้ง่าย

แต่เยาวชนอย่างเรา (?) มักมีความจำปลาทอง เรียนๆไปก็ลืม น่าจะมีกิจกรรมพานักเรียนไปศึกษาด้วยตัวเองที่เครือข่ายผู้ติดเชื้อ จะได้เปิดกว้างทางความคิดและมุมมองมากขึ้น

เพราะไทยเรามีผู้ติดเชื้อ HIV ไม่ใช่น้อยๆ (ทั้งแบบในประเทศและอิมพอร์ตจากชายแดน)ไม่งั้นพวก NGO/WHO ก็คงไม่ให้ยาฟรีราคาสยองขวัญมาประเทศเราหรอก

ปล.อยากไปดู group counseling บ้างจัง

#8 By kororo on 2009-04-25 11:15

ลืมแปะHot!

#9 By kororo on 2009-04-25 11:16

นี่สินะ ชีวิตของคนเรา
ไม่สู้ก็เท่ากับตาย...

เราทุกคนต้องต่อสู้กันทั้งนั้น สู้!

#10 By pakazite on 2009-05-25 23:27

สุดยอดแฮะ ...

โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย Hot! (ให้ตอนนี้จะทันไหม?)

ง่า.. เพิ่งเห็นอ่ะ

#11 By Kuralua on 2009-08-01 23:21

ใช่ถ้าเราไม่สู้เราก็ตาย เราต้องไม่ท้อแท้กับสิ่งที่เกิดขึ้น

#12 By (118.172.39.60) on 2009-12-14 11:39