ขอซื้อยาลดความอ้วนหน่อยค่ะ
posted on 26 Feb 2009 19:46 by furenz in PharmHouse
นางสาวเอ เดินเข้ามาในร้านยาเพื่อถามหายาลดความอ้วน
หากท่านเป็นเภสัชกร ท่านจะทำอย่างไร
ตอบ คำนวณหาค่า BMI เพื่อดูว่าอ้วนจริงหรือไม่ มีความจำเป็นแค่ไหนที่จะต้องใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
แนะนำการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อลดน้ำหนักโดยไม่ใช้ยา
หลักสูตรเภสัชศาสตร์ปีสี่เรียนและสอนกันมาแบบนี้ค่ะ
แนวทางปฏิบัติคือ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น ออกกำลังการ รับประทานอาหารไขมันต่ำ และ ไมใช้ยาในการลดน้ำหนักโดยไม่จำเป็น
แต่ที่น่าแปลกใจคือ ยาที่เภสัชกรหลีกเลี่ยงที่จะไม่จ่ายให้คนไข้
เดี๋ยวนี้คนไข้สามารถหาซื้อเองได้อย่างไม่ยากเลยทีเดียว
ยาที่แม้แต่ร้านยาก็ขายให้คนไข้ไม่ได้
กลับหาซื้อได้ในร้านเสริมสวยและเว็บไซต์
นี่เป็นเรื่องที่น่ากลัวมากในความคิดของเราค่ะ
ช่วงนี้มีกระแสยาลดน้ำหนักตัวหนึ่งลอยมากระทบเราแรงๆอย่างไม่ได้ตั้งใจ
ยาที่มีชื่อสามัญว่า ไซบูทรามีน ขายภายใต้ชื่อการค้าสองชื่อ มีให้เลือกทั้งออริจินอลและยาโลคอลราคาแผงละไม่ถึงสามร้อยบาท
(ไม่ใช่มีแต่ยาตัวนี้นะคะ ที่อันตราย แต่เห็นว่ายาตัวนี้ดูจะบูมที่สุด เลยขอเขียนเรื่องนี้ค่ะ)
ไซบูทรามีนคือยาอะไร ...
Sibutramine เป็นยาประเภท anorexian มีผลกดการอยากอาหาร โดยมีผลต่อการเก็บกลับของสารสื่อประสาทที่ชื่อ noradrenaline, serotonin และ dopamine ทำให้สารเหล่านี้มีปริมาณมากกว่าปกติ ทำให้ไม่รู้สึกหิว ยานี้ได้รับการรัลรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯให้ใช้รักษาโรคอ้วนในผู้ที่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน
อาการข้างเคียงจากการกินยา ...
อาการข้างเคียงของยานี้ โดยทั่วไปคือ ปากแห้ง ... นอนไม่หลับ ... ท้องผูก ... มึนงง ... คลื่นไส้ ... ทำให้ความดันโลหิตสูง ... ใจสั่น ... กังวล ... ไมเกรนกำเริบ ... ผื่นแพ้ ... ชัก ... ประจำเดือนมาไม่ปกติ(ในผู้หญิงเท่านั้นนะจ๊ะ) ... หยุดหายใจชั่วขณะ ... โลหิตจาง ... ปัสสาวะคั่ง ... หัวใจวาย(CHF)
... เอ้อ .. ไม่ใช่มันจะเกิดทั้งหมดนี่หรอกนะ ... ที่ร้ายแรงส่วนใหญ่จะพบน้อยกว่า 10% ค่ะ
เวลาที่ใช้ ...
แม้ว่าตามแนวทางการรักษาโรคอ้วนนั้นจะระบุให้ใช้ยาไซบูทรามีนในสระยะยาวได้ แต่ในการรักษาทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน และพบว่าผู้ใช้ยาส่วนใหญ่จะกลับมาน้ำหนักขึ้นอีกหลังจากหยุดยา และขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยสำหรับการใช้ยานานกว่า 1 ปี
ใครควรจะใช้ ...
ไซบูทรามีนได้รับการรับรองให้ใช้รักษาโรคอ้วน ... ซึ่งโรคอ้วนหรือ Obesity สามารถระบุง่ายๆได้จาก
1- มีค่า BMI เทากับ 30.0 หรือมากกว่า
(BMI = น้ำหนัก(กก.)/ส่วนสูง(เมตร)2
... เช่น สูง 160 ซม. หนัก 50กก.
BMI จะเป็น 50/1.652 = 18.36
... โดยเกณฑ์ปกติของคนเอเซียจะอยู่ที่ 18-23)
2- รอบเอวมากกว่า 40 นิ้วสำหรับผู้ชาย หรือ 35 นิ้วในผู้หญิง
แล้วใครไม่ควรจะใช้ ...
คนเป็นโรคหัวใจ ... หัวใจเต้นผิดจังหวะ ... มีความเสี่ยงต่อหัวใจ ... โรคหลอดเลือดรวมทั้งไมเกรน ... มีประวัติเป็นนิ่วในถุงน้ำดี ... เป็นต้อหินชนิด close-angle ... เป็นโรคหลอดเลือดใสสมอง ... เป็นโรคปอด ... เป็นโรคเกี่ยวกับเลือด ... เคยมีประวัติเป็นโรคซึมเศร้าหรือเคยคิดอยากฆ่าตัวตาย ... อยู่ระหว่างการรักษาโรคซึมเศร้าด้วยยา ... คนที่ใช้ยากลุ่ม MAOI อยู่ ... คนเป็นโรคความดันสูง ... ใช้ยาที่มีผลต่อสมองอยู่ ... มีภาวะตับไตไม่ปกติ ... ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ... มีประวัติเป็นลมชัก ... อายุต่ำกว่า 16 ปี ... อายุมากกว่า 60 ปี ... คนที่ไม่อ้วน (ในที่นี้คือ BMI ต่ำกว่า 31)
แล้วทำไมไม่ควรใช้ ...
เพราะอาการข้างเคียงของยาที่อันตรายไม่คุ้มกับผลประโยชน์ที่จำกัด (คือมีอันตรายมากกว่าประโยชน์) ยาทำให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่ใช้ยานี้มีน้ำหนักลดลงมากกว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ใช้วิธีลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารเพียง 7-11 ปอนด์เท่านั้น แต่ผลเสียที่ตามมาคือยาทำให้ผู้ป่วยมีอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มมากขึ้นและมีความดันโลหิตสูงขึ้นด้วย
รายงานเกือบปัจจุบัน ...
วันที่ 20 มีนาคมปีที่ผ่านมามีกลุ่มผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกาได้ออกมาเรียกร้องให้องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาเพิกถอนทะเบียนยาไซบูทรามีนที่ได้รับการรับรองและนำมาใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997 เนื่องจากพบว่าในช่วงที่ผ่านมามีผู้ที่ใช้ยาดังกล่าวมีอาการข้างเคียงที่รุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจำนวน 152 คน และในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 32 คน (แต่ในจำนวนนี้ 25 คนไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าตายเพราะยาโดยตรง และ 16 คนจาก 32 คนตายเพราะปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ)
ใครควรจะรักษาโรคอ้วน ...
ตามแนวทางการรักษาระบุว่า ผู้ที่ควรลดน้ำหนักได้แก่
- ผู้ที่ BMI 25-27 + ความเสี่ยงอย่างน้อย 2 ข้อ* ... ลดน้ำหนักด้วยการปรับพฤติกรรม
- ผู้ที่ BMI 27-30 + ความเสี่ยงอย่างน้อย 2 ข้อ ... ลดน้ำหนักด้วยยา
- ผู้ที่ BMI 30-35 ... ลดน้ำหนักด้วยยา
- ผู้ที่ BMI 35-40 ... ลดน้ำหนักด้วยยา
- ผู้ที่ BMI >40 + ความเสี่ยงไม่เกิน 1 ข้อ ... ลดน้ำหนักด้วยการผ่าตัด
- ผู้ที่ BMI >40 + ความเสี่ยงอย่างน้อย 2 ข้อ ... ลดน้ำหนักด้วยการผ่าตัด
นอกเหนือจากนั้นแค่คุมน้ำหนักให้คงที่ก็ OK ค่ะ
*หมายเหตุ: ความเสี่ยงหมายถึง 1. ความดันโลหิตสูง 2. ไขมันในเลือดสูง 3. โรคหัวใจ 4. เบาหวานชนิดที่2 5. หยุดหายใจขณะหลับ 6. รอบเอวมากกว่า 40 นิ้วสำหรับผู้ชาย หรือ 35 นิ้วในผู้หญิง
โดยแต่ละขั้นนั้นหมายถึงการผ่านขั้นก่อนหน้ามาแล้วนะคะ ...
เช่น ... สมมติคุณ BMI 30 ไม่มีความเสี่ยง ...
คุณต้องลดน้ำหนักด้วยการปรับพฤติกรรมก่อน
หลังปรับพฤติกรรมแล้วคุณอาจจะ BMI เหลือ 29 ... จากนั้นคุณก็แค่คุมน้ำหนักไว้ที่เดิมก็พอ
แต่หากปรับพฤติกรรมแล้ว BMI คุณยังอยู่ที่ 30 อยู่ถึงจะรักษาด้วยยาค่ะ
การปรับพฤติกรรมทำยังไง ...
อันนี้เชื่อว่าใครๆก็รู้ ว่ามันคือการออกกำลังกายและกินอาหารไขมันต่ำใช่มั๊ย?
จริงค่ะ หลักการคือกินให้น้อยกว่าที่เราใช้ แล้วร่างกายจึงจะดึงเอาไขมันที่สะสมไว้ออกมาใช้งาน การกินอาหารแครอรีต่ำจึงช่วยได้มาก ซึ่งหนังสือแนะนำว่าควรจะไม่เกินวันละ 1200 กิโลแครอรีสำหรับผู้หญิง ไม่เกิน 1600 ในผู้ชาย ... แต่ในความเป็นจริงเราจะรู้ได้ยังไง? ว่าที่กินเข้าไปมันกี่แครอรี ... เพราะฉะนั้นลืมมันเถอะค่ะ กินให้น้อยที่สุดก็พอ ... กินให้น้อยแต่ให้พอนะคะ ถ้าไม่กินเลยถึงน้ำหนักลดแต่ก็ไม่ได้สุขภาพค่ะ
การหลีกเลี่ยงไขมันก็ดีค่ะ แต่ที่สำคัญ หลีกเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตด้วย เพราะคาร์โบไฮเดรตนี่ร่างกายนำเอาไปใช้ได้มาก.. เผลอๆจะมากกว่าไขมันเสียอีก แล้วเจ้าคาร์โบไฮเดรตนี่ยังเปลี่ยนไปเป็นไขมันในร่างกายเราได้ด้วย ส่วนโปรตีน ถ้าเป็นโปรตีนจากปลาจะดีมากค่ะ แต่สิ่งที่ควรระวังจากวิธีการลดน้ำหนักด้วยการจำกัดอาหารคือ สารอาหารไม่พอ เพราะฉะนั้น ต้องแน่ใจว่าได้รับสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุครบถ้วนในแต่ละวันนะคะ
ส่วนการออกกำลังกาย ... ออกกำลังยังไงให้เผาผลาญมาก? ... ไม่ต้องถึงกับหักโหมค่ะ แค่ออกกำลังกายพอให้รู้สึกเหนื่อย หรือให้หัวใจได้เต้นเร็วกว่าปกติสักหน่อย อย่างน้อยวันละ 30 นาที- 1 ชั่วโมง ก็ดีแล้วค่ะ ส่วนเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการออกกำลังการเพื่อลดน้ำหนักคือ เวลาเช้า ก่อนที่จะกินมมื้อเช้า แต่ควรจะหาอะไรรองท้องก่อนด้วยนะคะ
เขียนมาตั้งยาว ... โดยสรุปแล้ว ที่อยากจะบอกคือว่า การลดน้ำหนักโดยใช้ยานั้นไม่จำเป็น และไม่ควรเลย
ที่ต้องมาเขียนก็เพราะว่ามีน้องๆหลายคนเหลือเกินที่คิดจะใช้(หรือใช้)ยาลดน้ำหนัก ... ทั้งๆที่ดูแล้ว BMI น้องอยู่แค่ 19 กว่าๆเท่านั้นเอง
คิดว่าค่านิยมมีผลต่อเรามากไปไหมคะ? เรามองตัวเองว่าอ้วน ว่าไม่สวย จากเกณฑ์ตรงไหนกันเหรอ
เขียน entry นี้ออกมาด้วยความเป็นห่วงค่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะโจมตีผู้ขายยาหรือผลิตยาแต่อย่างใด
และขอแถมท้ายนะคะ
พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510
มาตรา ๑๒ ห้ามมิให้ผู้ใดขาย หรือนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาแผนปัจจุบัน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต
มาตรา ๑๐๑ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
^รู้สึกว่าโทษมันน้อยๆ(?) ... งั้น
ร่างพระราชบัญญัติยาฉบับใหม่ พ.ศ.xxxx
มาตรา ๒๒ ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการขายยา นำเข้ายา เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต
มาตรา ๙๓ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๒ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าแสนบาท
อีกทีค่ะ ไม่ใช่มีแต่ยาตัวนี้นะคะ ที่อันตราย แต่เห็นว่ายาตัวนี้ดูจะบูมที่สุด เลยขอเขียนเรื่องนี้ค่ะ ... และไม่ได้มีเจตนาโจมตีใครแต่อย่างใด
Ref:
1. DiPiro JT, Talbert RL, Yee GC, Matzke GR, Wells BG, Posey LM. Pharmacotherypy. 6th ed. New YorK:McGrew Hill; 2005.
2. Lacy CF, Armstrong LL, Goldman MP, Lance LL. Drug infomation handbook. 14th ed. Ohio:Lexi-Comp;2006. p.1552-4.
3. Diet drug meridia under fire consumer protection group asks FDA to ban prescription weight loss drug for dangerous side effects. [Cited on 2002 March 25]. Available from: URL: http:money.cnn.com/2002/03/20/news/companies/dietdrug.ap.ap/ index.htm#
4.Sibutramine. [Cited on 2002 March 25]. Available from: URL: http:www.cardiovascular-risk.com/sibutramine.htm
5.FDA talk paper. [Cited on 2002 March 25]. Available from: URL: http:www.fda.gov. bbs/topics/ANSWERS/ANS00835.html
5.Petition to FDA to ban the diet drug sibutramine(Meridia) (HRG Publication#1613). [Cited on 2002 March 25]. Available from: URL: http:www.citizen.org/publications/release.cfm?ID=7160

#1 By mils12 on 2009-02-26 20:20