... ช้าไปหน่อย  พอดีเพิ่งหาไฟล์เจอ - -
เกริ่นนิดๆ  ว่าทุกปีในวันเกิดจะเขียนจดหมายถึงตัวเองในปีถัดไป
... นี่ของปีที่แล้ว ...
 
ถึงตัวฉันในปี 2553

ตอนนี้ฝึกงานอยู่ที่ รพ. ดอกคำใต้  นอนอยู่บนพื้นแฟลต =w=
ปีหน้าคงจะเป็นเภสัชกรเต็มตัวแล้วสินะ (เอ๊ะ รึว่าจะเป็นอย่างอื่น?) ... ตอนนี้เป็นเภสัชกรอยู่ครึ่งตัวกว่าๆ ...
อยากรู้จัง  ว่าปีหน้าจะทำงานอะไร อยู่ที่ไหน  มีความสุขดีมั๊ย ... ค้ายาอยู่ไนท์บาซ่า มีชีวิตไปวันๆจ้ะ =w=
แต่ที่คิดคือ ... ปีหน้าคงเป็นผู้ใหญ่แล้วล่ะมั๊ง? ... ไม่นะ  คิดว่ายังไม่โต

อีกไม่นานจะเรียนจบ จะสอบสภาแล้ว
...จะเป็นไงนะ ... ตอนนี้ตื่นเต้นกับมันนิดๆ ... แต่ก็ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร

การฝึกงานที่โรงพยาบาลก็ดี ... คิดว่าคงเป็นอะไรที่พอจะทำได้
แต่ถ้าถามว่าชอบมันมั๊ย ... ก็ไม่ชอบหรอก  แต่ก็ไม่ได้ไม่ชอบเหมือนกัน (แต่ก็มีหลายทีที่ไม่ชอบ...")
สงสัยจริงๆแล้วสิ  ว่าปีหน้าจะเป็นยังไง

วันเกิดปีนี้สงบดี ... เพราะไม่ได้บอกใครใกล้ๆว่าเป็นวันเกิด
เลยปล่อยผ่านไปเฉยๆ ... หนึ่งวันธรรมดาๆ
แต่ก็ยังได้ข้อความ ได้โทรศัพท์จากเพื่อนๆเยอะแยะ
(แต่ก็ยังไม่ได้จากคนที่อยากได้ที่สุดอยู่ล่ะนะ...)

เพิ่งผ่านเรื่องแปลกๆในชีวิตมาได้สองเดือนกว่าๆ  ตอนนี้ก็ยังรู้สึกแปลกๆกับมันอยู่
คล้ายๆกับว่าตัวเองเพิ่งจะรู้จักความรักจริงๆเมื่อไม่นานมานี้ ... แล้วมันก็ไม่สวยงามเท่าไหร่
พอคิดจะค้นหาว่ามันจริงมั๊ย ... ก็ออกมาฝึกงานเสียก่อน
... ไว้กลับไปเชียงใหม่ ... จะได้เจอกันมั๊ย ... จะเกิดอะไรขึ้นก็ยังไม่รู้  ... เอ่อ ... ไงดี ..." เจอกันและเกิดอะไรขึ้นเยอะเลยล่ะ ..."
แต่ก็เสียใจกับคำสารภาพที่บอกไปอยู่นิดๆ ...  ... แต่ตอนนี้ไม่ค่อยเสียใจละ
ไม่รู้ว่าปีหน้าเวลานี้จะเป็นยังไงบ้าง ... จะยังคิดว่านี่เป็นรักอยู่มั๊ย  ... คิดอยู่นะ  คิดอยู่
เพราะตอนนี้ยังแอบหวังอยู่นิดๆว่ามันจะเป็นไปได้
... และคิดว่าถึงมันจะไม่เวิร์คจริงๆ อย่างน้อยก็ไม่อยากจะแค่ดูมันจบลงเฉยๆ ...
...ว่าแต่จะทำอะไรที่ทำให้ตัวเองต้องเสียใจทีหลังอีกรึเปล่านะ...?

ช่วงนี้คลั่งรถยนต์ = =" รู้สึกเหมือนเป็นเด็กวัยรุ่นเอาแต่ใจยังไงไม่รู้...
มันมีช่วงหนึ่งในชีวิตที่เคยอยากได้ตุ๊กตาตัวละหลายร้อย ... แล้วรู้สึกว่ามันแพง แต่ก็อยากได้
อีกช่วงหนึ่งที่อยากได้โทรศัพท์มือถือ ... อีกช่วงที่อยากได้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค
.. มันยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเนอะ ... เพราะตอนนี้รู้สึกอยากได้รถยนต์ ="=
... สงสัยต้องรอทำงานเก็บเงินเองสักพักล่ะมั๊ง?
ปีหน้าจะเป็นยังไงน๊า ... (คงไม่ได้ขับซีวิคเหมือนที่ฝันลมๆตอนนี้หรอกเนอะ 55+)  ... ตอนนี้ขับซีวิคสีขาวอยู่

ต้นปีหน้าจะไปอเมริกาสี่เดือน ... จะเป็นยังไงนะ
จะเป็นประสบการณ์ที่ดีหรือเปล่า ... จะได้อะไรกลับมาบ้างไม่รู้  ... ดี...มากกก
กลับมาแล้วจะหางานยากมั๊ย ... จะสอบสภาผ่านหรือเปล่า ... หางานไม่ยาก และสอบผ่านฉลุย - -d
มีแต่เรื่องที่อยากรู้ทั้งนั้น ... ปีหน้าเวลานี้คงจะได้รู้ทั้งหมดแล้วสินะ

ครอบครัวตอนนี้สบายดี .. เพิ่งรู้ข่าวมาว่าไม่ต้องย้ายไปกรุงเทพฯ ... ตอนนี้ครอบครัวอยู่กรุงเทพฯ..."
(อะ  แต่ไม่อยากทำงานแถวอุตรดิตถ์นะ)
ว่าไป .. นี่เราอยากจะทำงานที่ไหนนะ (ถ้าจะเป็นเภสัชน่ะนะ)
... อยากทำแม่ฮ่องสอน ... แต่โอกาสก้าวหน้าคงน้อยมาก
... อยากทำเชียงใหม่ ... แต่จะทำที่ไหน  รพช.เชียงใหม่ก็อาจจะเข้าท่า...
... อยากทำกรุงเทพฯ จะได้ทำตามความฝันอย่างอื่นไปด้วย ... แต่ถ้าไม่ทำเอกชนก็คงสู้ค่าครองชีพไม่ไหว
... จะลงเอยยังไงนะ ...

ยังอยากเรียนอนิเมชั่น ... อยากเขียนหนังสือ ... อยากเล่นดนตรีอยู่มั๊ย ... ยังอยากทุกอย่าง  แต่ไม่ได้ทำสักอย่าง
จะมีความฝันใหม่ๆที่กำลังพยายามทำให้เป็นจริงอยู่หรือเปล่า?

คล้ายๆว่าตอนนี้จะเป็นช่วงต่อระหว่างความเป็นเด็กกับผู้ใหญ่
พอเริ่มทำงาน ก็คงจะเป็นผู้ใหญ่แล้ว  ... ไม่จริง!
แต่ถึงตอนนั้น ... อาจจะยังมองว่าตัวเองยังเด็กก็ได้?
นั่นสินะ ... ตอนนี้เราเองก็ยังโตไม่พอ ...

ด้วยรัก
จากตัวฉันในปี 2552
4 ธ.ค. 2552
 
ของปีนี้ก็เขียนแล้วล่ะ ... เขียนได้ทึมๆกว่านี้นิดนึง
... แต่วันเกิดปีที่ 24 เป็นวันเกิดที่ ... อ่า ... น่าจะแย่ที่สุดเท่าที่มีมา ..."
แย่ยังไง ... ไม่ขอบอกนะ - -
 
... แต่เมื่อ 4 ธันวา ... 17 นาฬิกา 42 นาที ... เพิ่งขอผู้ชายแต่งงานไป - -!
เหมือนจะล้อเล่น  เหมือนจะเอาฮา .... แต่จริงจังนะ ... จริงจัง
 

แด่คุณพ่อคนพิเศษ

posted on 05 Dec 2010 15:49 by furenz in Diary

สมัยเด็กๆ ถ้าได้เขียนความเรียงเรื่องวีรบุรุษในดวงใจล่ะก็  แน่ใจได้ว่าสามในสามครั้ง ฉันต้องเขียนเรื่องพ่อแน่ๆ
ฉันเชื่อจนถึงตอนนี้ ว่าฉันมีพ่อที่ยอดเยี่ยมที่สุดในสามโลก

ฉันเป็นเด็กผู้หญิงที่โตมากับพ่อเยอะเหมือนกัน  เลยไม่แปลกที่จะมีนิสัย ความชอบหลายๆอย่างแบบผู้ชายบ้าง
เป็นเด็กผู้หญิงที่เคยฝันอยากเป็นประธานาธิบดี (แต่ผู้ใหญ่บอกว่าเป็นความฝันที่สะเทือนความมั่นคงของชาติ เลยไม่ได้คิดถึงมันอีก)
เป็นเด็กผูหญิงที่ชอบดาราศาสตร์  คลั่งรถยนต์  หัดเล่นกล้องถ่ายรูปแมนนวลตั้งแต่ 4 ขวบ และเริ่มแตะคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ก่อนเริ่มจับดินสอ ...
พอโตมาหน่อยก็เริ่มใช้เวลาว่างงัดแงะเครื่องคอมพิวเตอร์เก่าๆที่พ่อวางให้ 'รื้อได้ตามชอบใจ' แต่ต้องประกอบเก็บให้เหมือนเดิมด้วย

 

จำได้ถึงตอนเด็กมากๆ  ตัวเองเป็นเด็กช่างสงสัยมาก ... ถึงมากที่สุด
จริงๆเรื่องที่สงสัยก็คงไม่ต่างจากเด็กคนอื่นนักหรอก  แต่พ่อทำให้ความสงสัยนั่นไม่ธรรมดาไปได้

ตอนอนุบาล เคยถามพ่อว่า  ทำไมนกถึงบินได้
พ่อตอบว่า  นกมีกระดูกที่เบา  พอกระพือปีก นกก็ลอยได้
ฉันถามต่อว่า  เครื่องบินไม่ต้องกระพือปีก ทำไมถึงบินได้
พ่อตอบว่า ...
ปีกเครื่องบิน ด้านบนจะโค้งกว่าด้านล่าง
พอเครื่องบินวิ่ง  อากาศที่ผ่านบนปีกเลยวิ่งเร็วกว่าอากาศใต้ปีก
อากาศใต้ปีกเลยมีแรงดันมากกว่า เลยยกปีกขึ้น เครื่องบินเลยลอยได้

... แล้วเราก็ใช้เวลาตลอดบ่ายสองสามวันนั้นเรียนเรื่องปีกเครื่องบินกัน ...

เคยคิดว่าปกติถ้าเด็กสี่ขวบถามอะไรแบบนี้  คงตอบแค่ว่า "เครื่องบินบินได้เพราะเครื่องบินมีปีก" ก็พอ  แค่นั้นเด็กส่วนใหญ่ก็น่าจะพอใจคำตอบแล้ว
แต่ฉันก็ชอบพ่อที่ใช้เวลานานๆสอนฟิสิกส์ให้เด็กอนุบาลอยู่มากๆเลย

 

เคยถามพ่อว่า  น้ำแข็งทำไมถึงลอยน้ำได้
พ่อตอบว่า เพราะน้ำแข็งเบากว่าน้ำเลยลอยน้ำ
ฉันถามต่อว่า  น้ำแข็งก็เป็นน้ำ ทำไมน้ำแข็งเบากว่าน้ำ
พ่อบอกว่า เวลาน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง  น้ำแข็งจะพองใหญ่ขึ้นกว่าตอนที่มันเป็นน้ำ
พอตัวใหญ่ขึ้นแต่มีน้ำเท่าเดิม น้ำแข็งก็โปร่งกว่าน้ำ (คือความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ)
พอโปร่งกว่าน้ำ น้ำแข็งเลยเบาแล้วลอยน้ำได้

... หลังจากนั้นไม่กี่วัน ฉันก็โดนแม่ดุเพราะเอาน้ำใส่ขวดแช่ช่องแข็งเพื่อดูว่าน้ำจะพองใหญ่ขึ้นตอนมันเป็นน้ำแข็งหรือเปล่า
แล้วจบลงด้วยการทำขวดแตกในช่องแช่แข็งเสียหลายขวด ...

 

 

เคยคิดว่าตัวเองโตมาแบบไม่ธรรมดาหน่อยๆ  แล้วก็มีหลายๆครั้งที่มีคนถามว่า "เธอถูกเลี้ยงดูมาแบบไหนเนี่ย"  แบบไม่มีเจตนาร้าย ...

 

พ่อสอนให้มองโลกในแง่ดี  ยอมรับในทุกอย่างที่เกิดขึ้น ผ่านมา ผ่านไป หรือไม่ได้ผ่านมา  และสอนให้ลองมองโลกในด้านที่มองไม่เห็นด้วยตา

 

วันพ่อปีนี้  ก็ได้บอกแล้วนะ ... ว่าดีใจ  ที่เป็นลูกของพ่อ

คืนก่อน นอนไม่หลับ  เงยหน้าเห็นพระจันทร์กลมๆนอกหน้าต่างแล้วก็นึกถึงบทท่องสมัยเด็กๆขึ้นมา

... จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ... ขอข้าวขอแกง .....

เลยเริ่มนอนท่องตอนเคลิ้มๆ ... แล้วก็รู้ตัวว่า ...
... ท่องได้ไม่จบ!!

ด้วยความฟุ้งซ่านตอนดึกๆ ... พยายามระลึกถึงบทกลอนนั้น ...
และเชื่อว่าถ้าท่องไม่จบ  คืนนี้หลับไม่ลงแน่ๆ!

(หมายเหตุ: ตัวสีแดงคือจุดที่ผิด)

จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า   ขอข้าวขอแกง
ขอแหวนทองแดง   ผูกมือน้องข้า ......


เออ  ก็ยังท่องได้นี่หว่า ....

ขอช้างขอม้า
ให้น้องข้าขี่
ขอเก้าอี้  ให้น้องข้านั่ง ..............


.........

... นึกท่อนต่อไปไม่ออก!!
นึกได้แต่ว่า ... รู้สึกจะขออะไรให้น้องดูสักอย่าง ...

.......
..... ขอระฆัง   ให้น้องข้าดู ....


...............



.... น้องมันจะดูทำไม ... ระฆัง ....

..... อะช่างๆ ... ท่องต่อๆ (ทั้งที่รู้ว่าผิดแล้ว)

..... ขอระฆัง   ให้น้องข้าดู ....
..... ขอปลาทูเลี้ยงน้องข้าเถิด ......



...................


....... ทำไมให้น้องกินปลาทูฟะ .....

.........

..... ขอปลาทูเลี้ยงแมวข้าเถิด ......

.... แล้วขออะไรต่อฟะ ... คำนามที่มีสระเอิด .....

.........

..... ขอเยอรมันเชฟเฟิร์ด ...........

.............. กลอนอย่างไทยเดิมมึงขอเยอรมันเชฟเฟิร์ดเรอะ!!!!
เอาใหม่ๆ .... อะไรดี ... สระเอิด ....

......................


........... ขอระเบิด ..................


..............


....... เอาไปทำไม ระเบิด ??? ............

....... ขอระเบิด ......

.............

..... ไปให้รัฐบาล ....

เออ ... คล้องจอง ... นอนหลับได้!!

/เผ่น


ปล. จริงๆเค้าท่องกันแบบนี้ (ที่มา: google)
จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า   ขอข้าวขอแกง
ขอแหวนพลอยแดง   ผูกมือน้องข้า
ขอช้างขอม้า   ให้น้องข้าขี่
ขอเก้าอี้   ให้น้องข้านั่ง
ขอเตียงตั้ง   ให้น้องข้านอน
ขอละคร   ให้น้องข้าดู
ขอยายชู   เลี้ยงน้องข้าเถิด
ขอยายเกิด   เลี้ยงตัวข้าเอง



เวอร์ชั่นแต่งใหม่
จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า   ขอข้าวขอแกง
ขอแหวนทองแดง   ผูกมือน้องข้า
ขอช้างขอม้า  ให้น้องข้าขี่
ขอเก้าอี้   ให้น้องข้านั่ง
ขอระฆัง   ให้น้องข้าดู
ขอปลาทู   เลี้ยงแมวข้าเถิด
ขอระเบิด ... ไป.....(เว้นให้เติม) .....